แค่ตั้งชื่อลูก ฟังดูง่ายเหมือนง่ายใช่มั๊ยคะ แต่เชื่อมั๊ยบางครอบครัวใช้เวลาแรมเดือน แรมปี ทีเดียวนะคะ กว่าจะเลือกชื่อลูกได้ถูกใจแต่บางครอบครัว
ก็เพียงแค่นำชื่อคุณพ่อมาผสมกับชื่อคุณแม่ ถ้าสมาสชน สนธิเชื่อมแล้วออกมาดูดี ก็ตั้งชื่อให้ลูกได้เลย.... ไม่ว่าจะคุณแม่จะใช้วิธีใดในการตั้งชื่อลูก เช่น
ตั้งกันเอง, พระตั้งให้, ญาติผู้ใหญ่ตั้งให้, หรือเปิดตำราว่าด้วยการตั้งชื่อที่เป็นสิริมงคล ตัวพยัญชนะที่ให้คุณ ถูกโฉลก ก็ยังมีข้อคิดบางประการที่น่าสนใจ
ในการตั้งชื่อลูก มาให้พิจารณากันค่ะ

ข้อควรพิจารณาในการตั้งชื่อลูก นอกเหนือจากการตั้งชื่อตามตำรา

1.ควรคำนึงว่าเมื่อตั้งชื่อให้ลูก ลูกจะต้องใช้ชื่อนี้ต่อไปในอนาคต บางชื่ออาจดูน่ารักเมื่อยังเป็นเด็ก แต่ถ้าเป็นหนุ่มเป็นสาว หรือเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ชื่อนี้จะยังเรียกได้ไม่ตะขิดตะขวงใจ เช่น ชื่อ หนุ่มน้อย ( ฟังดูน่ารัก เมื่ออายุ 4 ขวบ แต่ถ้าอายุ 45 ปีล่ะ)

2.ชื่อมีหลายพยางค์เกินไป บางครั้งชื่อที่ยาวเกินไปก็ดูดี แต่ถ้าประกอบกับนามสกุลที่ยาวเฟื้อยด้วยแล้วก็คงจะยาก หากเมื่อถึงเวลาที่ต้อง
กรอกชื่อ และนามสกุล เป็นภาษาอังกฤษในพาสปอร์ต เพราะฉะนั้น ถ้าหากคุณนามสกุลยาว ก็ควรจะตั้งชื่อสั้น แต่ถ้านามสกุลสั้น กระชับ
จะตั้งชื่อยาวก็ได้ ไม่มีปัญหาค่ะ

3.ควรตั้งชื่อลูก ให้ฟังแล้วรู้ทันทีว่าเป็นผู้หญิง หรือ ผู้ชาย

4.ชื่อสะกดแปลกไปจากปกตินิยมที่สะกดชื่อกัน เพราะฉะนั้นลูกคุณจะต้องสละเวลาสะกดชื่อให้คนอื่นฟังทุกครั้งเมื่อไปติดต่อธุระการงานด้วย
เช่น ชื่อ จรรณย์จิฬา (จันจิรา) หรือ ณรรต (ณัฐ)

5.ความหมายของชื่อ ชื่อที่กำลังจะตั้งให้ลูกมีความหมายว่าอย่างไร โดยทั่วไปชื่อที่ตั้งมักมีความหมายที่ดี เป็นสิริมงคลต่อเจ้าของชื่ออยู่แล้ว
ถ้าเป็นไปได้ ควรแน่ใจว่า ชื่อและคุณสมบัติของเจ้าของชื่อมีความเป็นไปได้ที่จะสอดคล้องกัน อย่าให้แตกต่างจนเกินไปนัก มิฉะนั้น
ลูกอาจถูกล้อเลียนได้

หวังว่าคงจะตั้งชื่อลูกได้ถูกใจนะคะ และที่สำคัญ ให้ความรัก ความอบอุ่นแก่ลูกน้อย รวมทั้งการอบรมเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ เป็นสิ่งที่มีส่วนสำคัญ
ในการช่วยให้ลูกประสบความสำเร็จในอนาคตได้ค่ะ